Tag: จังหวัดนครราชสีมา

จังหวัดนครราชสีมา

จังหวัดนครราชสีมา หรือเรียกสั้นๆว่า โคราช เป็นจังหวัดแรกของเส้นทางเข้าสู่ภาคอีสานของไทยและเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุดของไทยโดยมีเนื้อที่ราว 128.27 ตารางกิโลเมตร จังหวัดนครราชสีมาถือว่าเป็นจังหวัดที่เก่าแก่และมีประวัติศาสตร์มายาวนาน โดยมีหลักฐานทางโบราณคดีพบว่า พื้นที่ในจังหวัดนครราชสีมานั้นมีมนุษย์อาศัยอยู่ตั้งแต่สมัยยุคหินใหม่ต่อเนื่องเรื่อยๆมาจนถึงยุคสำริดและยุคเหล็ก จากหลักฐานที่พบเป็นภาพเขียนสีในเขาจันท์งาม จังหวัดนครราชสีมาเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยทวารวดี ในสมัยก่อนยังเป็นเมืองเสมา หลักฐานที่เชื่อว่านครราชสีมาเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดจากหลักฐานในปราสาทหินพิมายซึ่งเป็นปราสาทหินในรูปแบบขอมโบราณในตอนนั้นถูกตั้งชื่อว่า เมืองพิมาย ซึ่งปรากฏในจารึกของเขมรมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอิศานวรมันที่ 1 ตั้งแต่ในช่วงปี พ.ศ. 1159 ถึง พ.ศ. 1180

ชื่อของนครราชสีมา เริ่มปรากฏในช่วงสมัยของพ่อขุนผาเมืองสันนิฐานว่าเริ่มเปลี่ยนชื่อมาเป็น เมืองนครราช ที่มีการกล่าวถึงเมืองนี้ในนครวัดของกัมพูชา ซึ่งคำว่า นครราชสีมา มีความหมายมาจากอาณาจักรขนาดใหญ่ และคำว่าโคราชมีคำมาจากภาษาเพี้ยนมาจากคำพูดตามสำเนียงชาวบ้านในสมัยนั้น ซึ่งคำว่าโคราชจึงกลายมาเป็นชื่อเรียกสั้นๆของนครราชสีมา แต่เดิมนครราชสีมามีชื่อเรียกว่า เมืองนครราชสีมา และต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2475และช่วงการเปลี่ยนการปกครองซึ่งเปลี่ยนจากเมืองหรือมณฑลมาเป็นจังหวัดนครราชสีมาในปัจจุบัน

ภูมิประเทศของนครราชสีมาประกอบด้วยพื้นที่เขตที่ราบสูงเรียกว่า ที่ราบสูงโคราช มีเนื้อที่ประมาณ 20,493 ตารางกิโลเมตร และประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนและพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลานซึ่งมีเนื้อที่รวมกัน 2,297,735 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 61 เปอร์เซ็นต์ของจังหวัด รวมถึงพื้นที่ของแหล่งน้ำจืดที่ 280,313 ไร่

จังหวัดชัยภูมิ

ชัยภูมิเป็นจังหวัดที่น่าท่องเที่ยวอีกจังหวัดหนึ่งเพราะเต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติแม่น้ำภูเขาและยังอยู่ใกล้เมืองสำคัญๆอย่างขอนแก่น กรุงเทพ โคราช สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมืองชัยภูมิปรากฏในทำเนียบแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชว่าเป็นเมืองขึ้นกับเมืองนครราชสีมา แต่ต่อมาผู้คนได้อพยพออกไปตั้งหลักแหล่งทำมาหากินที่อื่น และเมื่อปี พ.ศ. 2360 นายแล ข้าราชการสำนักเจ้าอนุวงศ์เมืองเวียงจันทน์ได้อพยพครอบครัวและบริวารเดินทางข้ามลำน้ำโขงมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านหนองน้ำขุ่น หนองอีจานซึ่งอยู่ในบริเวณท้องที่อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมาในปัจจุบันต่อมาในปี พ.ศ. 2362 เมื่อมีคนอพยพเข้ามาอยู่มาก นายแลก็ได้ย้ายชุมชนมาตั้งใหม่ที่บ้านโนนน้ำอ้อม บ้านชีลอง ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิ 6 กิโลเมตร นายแลได้เก็บส่วยผ้าขาวส่งไปบรรณาการเจ้าอนุวงศ์จนได้รับบำเหน็จความชอบแต่งตั้งเป็น ขุนภักดีชุมพลในปี พ.ศ. 2365 นายแลได้ย้ายชุมชนอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากที่เดิมกันดารน้ำ มาตั้งใหม่ที่บริเวณบ้านหลวงซึ่งตั้งอยู่ระหว่างหนองปลาเฒ่ากับหนองหลอดเขตอำเภอเมืองชัยภูมิปัจจุบัน และได้หันมาขึ้นตรงต่อเมืองนครราชสีมา และส่งส่วยทองคำถวายแด่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ยอมขึ้นต่อเจ้าอนุวงศ์อีกต่อไป พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้ายกบ้านหลวงขึ้นเป็น เมืองชัยภูมิ และแต่งตั้งขุนภักดีชุมพล เป็น พระยาภักดีชุมพลเจ้าเมืองคนแรกต่อมาเจ้าอนุวงศ์ได้ก่อการกบฏ ยกทัพเข้ามาหมายจะตีกรุงเทพมหานคร โดยหลอกหัวเมืองต่าง ๆ ที่เดินทัพมาว่าจะมาช่วยกรุงเทพมหานครรบกับอังกฤษ จนกระทั่งเจ้าอนุวงศ์สามารถยึดเมืองนครราชสีมาได้เมื่อปี พ.ศ. 2369 ซึ่งตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้นต่อมาเมื่อความแตก เจ้าอนุวงศ์ได้กวาดต้อนชาวเมืองนครราชสีมาเพื่อนำไปยังเมืองเวียงจันทน์

จังหวัดร้อยเอ็ด

จังหวัดร้อยเอ็ดเคยเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยปรากฏชื่อในตำนานอุรังคธาตุว่า สาเกตนคร หรือ เมืองร้อยเอ็ดประตู อันเนื่องมาจากเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรื่องโดยที่มีเมืองขึ้นจำนวนมาก การตั้งชื่อเมืองว่า ร้อยเอ็จประตูนั้น น่าจะเป็นการตั้งชื่อเชิงอุปมาอุปไมยให้เป็นศิริมงคลและแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของเมืองมากกว่าการที่เมืองจะมีประตูเมืองอยู่จริงถึงร้อยเอ็ดประตู ซึ่งการตั้งชื่อเพื่อแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองผ่านการมีประตูเมืองจำนวนมากนั้น น่าจะได้รับอิทธิพลหรือแบบอย่างมาจากเมืองหรืออาณาจักรที่เคยรุ่งเรืองในสมัยโบราณอย่างทวารวดีซึ่งมีความหมายว่าเมืองที่มีประตูล้อมรอบเป็นกำแพง หรืออย่างเมืองหงสาวดีที่มีประตูเมืองรายล้อมกำแพงเมืองอยู่ยี่สิบประตู ซึ่งแต่ละประตูนั้นจะตั้งชื่อตามเมืองขึ้นของตน เช่น เชียงใหม่ อโยธยา จังหวัดนครราชสีมา เป็นต้น นอกจากนั้นการตั้งชื่อเมืองให้ดูยิ่งใหญ่เกินจริงเพื่อความเป็นสิริมงคลก็ถือเป็นธรรมดาของการตั้งชื่อเมืองหรืออาณาจักรในสมัยโบราณประกอบกับตามธรรมดาของการตั้งชื่อต่างๆไม่ว่าจะคนหรือเมืองนั้น จะต้องมีการออกเสียงก่อนถึงจะมีการเขียนเป็นตัวอักษรหรือตัวเลข ซึ่งหากชื่อเมืองแต่เดิมชื่อว่าเมืองสิบเอ็ดประตูแล้ว จึงมีการจารึกชื่อเป็นตัวเลขอย่าง 101 นั้น คำว่าสิบเอ็ดก็ไม่น่าจะออกเสียงเพี้ยนจนมาเป็นคำว่าร้อยเอ็ดอย่างในปัจจุบันได้ ดังนั้นชื่อเมืองร้อยเอ็ดหรือเมืองร้อยเอ็ดประตูจึงน่าจะเป็นชื่อเมืองที่มีมาอยู่แต่แรกเริ่มสรุปความหมาย ก็คือ มีคำ 2 คำที่ต้องทำความเข้าใจ คำแรก คือคำว่า ร้อยเอ็ด แปลว่าจำนวนที่มากมายจนนับไม่ถ้วน และ อีกคำหนึ่ง ก็คือ คำว่า เมืองร้อยเอ็ดประตู ซึ่งมีนักวิชาการ ได้ตีความว่าน่าจะหมายถึง ทวารวดี เพราะ ทวาร แปลว่า ช่อง, รู, ประตู วติ หรือ วดี แปลว่า เขต หรือ รั้ว ทวารดี จึงแปลว่า เมืองที่มีประตูเป็นรั้ว ซึ่งเปรียบเทียบแล้วน่าจะมีความหมายที่ใกล้เคียงกับคำว่าเมืองร้อยเอ็ดประตูที่สุด